Last updated: 28 ธ.ค. 2560 | 340 จำนวนผู้เข้าชม |
สรุป Dropship คือ?
Dropship เป็นบริการที่ผู้บริการจะมีสต็อคสินค้าให้แก่เรา หน้าที่ของเราเพียงแค่นำสินค้าที่ Dropship มีไว้ให้ มาขายบนเว็บหรือ Social Network ต่างๆ ถ้าให้พูดง่ายๆก็คือ เสมือนว่าเราเป็น”ตัวกลาง” หรือ”นายหน้า” นั่นเอง
โดยที่ทาง Dropship จะให้เรานำข้อมูลต่างๆ เช่น รายละเอียดสินค้า รูปภาพตัวอย่างสินค้า ไปใช้ในเว็บของเราได้เลย เราแทบไม่ต้องเข้าไปยุ่งอะไรกับกระบวนการของตัวสินค้าเลย โอ้มันช่างเยี่ยมยอดจริงๆ
ส่วนเงินที่เราได้มานั้น เกิดจากกำไรที่บวกเพิ่มจากราคาสินค้าที่ Dropship กำหนดมาให้ เช่น Dropship อาจตั้งราคาเสื้อให้เรามา 100 บาท เราอาจเพิ่มตอนขายบนเว็บของเราเป็น 110 บาท เท่ากับว่าเราได้กำไร 10 บาท ต่อ 1 ตัว ซึ่งเราสามารถตั้งราคาได้ ตามที่เราต้องการเลย
กระบวนการของ Dropship ทำอย่างไรบ้าง ?
ทีนี้เรามาดูวิธีการใช้บริการ Dropship กันดีกว่า เอาตั้งแต่วิธีหาร้านกันไปเลย!
- ก่อนอื่นเราต้องคิดก่อนว่าเราอยากจะขายอะไรดี ถ้ามีอยู่ในใจแล้ว ลองพิมพ์ใน Google ว่า "Dropship+ชื่อสินค้าที่เราอยากขาย” แต่หากผู้อ่านยังไม่มีสินค้าในดวงใจที่อยากจะขาย ให้พิมพ์คำว่า Dropship ลงไปใน Google เลยครับ
- หลังจากเราเจอร้าน Dropship ที่น่าสนใจแล้ว ให้ลองอ่านเงื่อนไขของร้านนั้นๆก่อน ว่าต้องการอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละร้านจะมีความต้องการในการสมัครไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของร้านนั้นๆด้วย เช่น อาจต้องจ่ายรายเดือนในการสมัครหรือจ่ายหนเดียวฟรีตลอดชีพ เป็นต้น
- เมื่อสมัคร Dropship เสร็จแล้ว ให้เราทำการขายสินค้าชิ้นนั้น โดยเสมือนว่าเป็นสินค้าที่เรามีอยู่ในครอบครองจริงๆ ตามช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของเราหรือตาม Facebook Instagram โดยทาง Dropship จะอนุญาติให้เราดึง รูปภาพและรายละเอียดต่างๆของตัวสินค้าไปใส่ในเว็บของเราได้
- หลังจากที่เราขายสินค้าที่วางไว้บนเว็บได้แล้ว ให้ติดต่อกับทาง Dropship เพื่อส่งสินค้าไปให้ลูกค้าของเราโดยตรง โดยที่ทาง Dropship จะเขียนชื่อระบุที่อยู่หน้าซอง เป็นชื่อของเราแทน เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความสับสนหรือเกิดการซื้อโดยตรงกับทาง Dropship
14 มิ.ย. 2560
20 มิ.ย. 2560
14 มิ.ย. 2560